นโยบาย
“กินอยู่ดี มีความสุข สร้างงาน สร้างรายได้ ลดหนี้ มีกิน มีใช้ มีเหลือ เพื่อชีวิตที่พอเพียง”
* จัดตั้งกองทุนร่วมทุน 10,000 ล้านบาท ที่มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและโปร่งใส เพื่อให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชนได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* ยกระดับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นธนาคารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยให้มีเงินทุนหมุนเวียนแห่งละ 3-5 ล้านบาท
* จัดสรรงบประมาณเป็นเงินผันพัฒนาหมู่บ้านอย่างยั่งยืน หมู่บ้านละ 300,000-500,000 บาท ตามสัดส่วนจำนวนประชากร และการใช้จ่ายให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเศษฐกิจและสวัสดิการชุมชน ซึ่งชุมชนเป็นผู้กำหนด
* ต่อยอดสินค้า OTOP เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมตลาดชุมชนสู่ตลาดโลก
* ส่งเสริมและสานต่อความสำเร็จของโครงการมูลนิธิศีลปาชีพพิเศษ เพื่อสร้างรายได้เสริมและรักษาวัฒนธรรมชุมชน
* ส่งเสริมและสร้างสิ่งจูงใจให้ภาคเอกชนจัดตั้งบริษัทจำหน่ายสินค้าไทย เพื่อนำสินค้าไทยสู่ตลาดโลก และพัฒนาองค์กรส่งเสริมการลงทุนของบริษัทไทยในต่างประเทศ
* สร้างแบรน ด์ไทยให้เป็นแบรนด์โลก
* รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทเพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้นำเข้าและส่งออก
* รักษาวินัยและเคารพกติกาสากลของระบบการเงินการคลัง ด้วยการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่นำอนาคตมาขายล่วงหน้า และสร้างความก้าวหน้ามุ่งสู่อนาคต ปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบเพื่อลดเกิดการจัดเก็บที่ซ้ำซ้อน สร้างฐานภาษีอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
* พัฒนาระบบขนส่งสินค้าอย่างครบวงจร โดยมีระบบรางเป็นแกนเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้า ศูนย์กระจายสินค้า และสถานีขนส่งขนถ่ายสินค้าทั่วประเทศ
* พัฒนาระบบรถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ
* เร่งรัดก่อสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯใหครบ 10 สาย และต่อเส้นทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง
*พัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางด้านการท่องเที่ยวและเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวสู่ชุมชนทุกฤดูกาล สร้างกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวลงสู่เศรษฐกิจระดับฐานราก เพื่อให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืน ส่งเสริมโฮมสเตย์และการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพให้มีมาตรฐานทั่วทุกภาค ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาสถานที่แหล่งท่องเที่ยว (Health and Happiness Hub)
* ขยายตลาดแรงงานสากลให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตแรงงานคุณภาพของโลก โดยสนับสนุนส่งเสริม และพัฒนาฝีมือแรงงาน และทัศนคติคุณภาพบริการ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
* กำหนดอัตราค่าแรงงานที่เป็นธรรม ทั้งฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายนายจ้าง และคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงานอย่างเป็นธรรม
* ให้ลูกจ้างแรงงานที่ทำงานในธุรกิจทั้งในกลางวันและกลางคืนเข้าสู่ระบบแรงงานและสวัสดิการสังคมที่เท่าเทียมกัน
*ส่งเสริมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้รับความเป็นธรรมและมีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะทางปัญญาอย่างจริงจัง
* เพิ่มรายได้ด้านการส่งออก ด้วยการมุ่งเป้าหมายที่ชัดเจนในตลาดที่มีความเป็นไปได้สูง และดำเนินงานต้องเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนโดยให้เอกชนมีตัวแทนเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานพาณิชย์ในกลุ่มเป้าหมาย
* พัฒนาระบบการขนส่งทางรางเชื่อมเป็นเครือข่ายร่วมระหว่างประเทศพื้นที่ภูมิภาค โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
Entries (RSS)