สู่ชีวิตการเมือง
พลิกวิกฤตสู่ชีวิตการเมือง
จากการที่สุวิทย์ถูกชักชวนร่วมทำงานใน “ชมรมผู้พัฒนาเขาสวนกวาง” ซึ่งมีสมาชิกจากหลากหลายอาชีพ และสุวิทย์ได้รับเลือกเป็นประธานชมรม กิจกรรมในชมรมผู้พัฒนาเขาสวนกวางทำให้ สุวิทย์ได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลชาวบ้าน จัดกิจกรรม กีฬา ต่าง ๆ ให้เยาวชน จัดอบรมลูกเสือชาวบ้านเป็นต้นo ความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาในเชิงการบ้านการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาวิกฤตที่ กิ่ง อ.เขาสวนกวาง เมื่อปี 2523 ซึ่งพื้นที่แทรกซึมของคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ทำให้ สุวิทย์ ถูกทาบทามจากนักการเมืองหลายพรรค เพราะการที่ สุวิทย์ สามารถเอาชนะใจชาวบ้านได้วางกระบวนการแก้ไข conflict, crisis ด้วยการลดเงื่อนไข และความไม่พอใจที่มีต่อข้าราชการ นำความเจริญเข้าไป เจาะน้ำบาดาลให้ หางบมาจัดให้มีไฟฟ้าเข้าถึง “สงครามแย่งชิงประชาชน” ในวันนั้น สุวิทย์เปรียบได้กับการแก้ไขปัญหาภาคใต้ในวันนี้ คือทำอย่างไรให้ชนะใจประชาชนได้ ต้องเข้าใจปัญหา ปละแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างแท้จริง ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปได้ ดังคำสอน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคม ในขณะนั้น สอนไว้ว่า “คิดอะไรไม่ออก ให้คิดถึงประชาชน” ซึ่งเป็นคำพูดที่สุวิทย์จดจำจนทุกวันนี้ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ นักปราชญ์ ครูการเมืองo ความประทับใจ และชื่นชมแนวคิดของอาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ทำให้สุวิทย์ ตัดสินใจที่จะเลือกเข้ามาสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคกิจสังคม หลังจากเริ่มต้นชีวิตเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ในปี 2525 ในฐานะ ส.จ. ขอนแก่น ถือเป็นงานแรกทางการเมือง ด้วยอายุเพียง 25 ปี 7 วัน นับเป็นนักการเมืองที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น
สุวิทย์มักพูดกับทุกคนเสมอว่า อาจารย์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ เปรียบเสมือน mentor เป็นนักปราชญ์ ที่รู้ทุกเรื่องทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม มองปัญหาทะลุและมีวิธีคิดที่เป็นระบบ คิดถึงประชาชนและสถาบัน ช่วงชีวิตที่ได้อยู่กับท่าน สุวิทย์เรียนรู้วิธีคิด และการทำงานการเมืองจากท่านมาเยอะมาก ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก เพราะน้อยคนนักที่จะได้เรียนรู้จากปราชญ์ผู้นี้ และเหล่านี้หล่อหลอมให้ สุวิทย์ อยู่บนถนนการเมืองได้จวบจนทุกวันนี้
Entries (RSS)