สุวิทย์ คุณกิตติ กล่าวเปิดโครงการ Cool Earth Partnership
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายโคจิ โคมาชิ เอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยพร้อมด้วย นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเปิดโครงการ Cool Earth Partnership ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าจากสถานการณ์ของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ โลก ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยด้วย ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และพิธีสารเกียวโต ซึ่งในฐานะประเทศภาคีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการร่วมมือแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากสภาพการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของโลกรวมถึงประเทศไทยทำให้การดำเนิน งานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดความล่าช้า ดังนั้นโครงการ Cool Earth Partnership จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้บรรลุการแก้ปัญหาดังกล่าว
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นโดย JICA มีมายาวนาน ซึ่งให้การสนับสนุนประเทศไทยด้านการเงินและการแก้ไขปัญหาต่างๆรวมทั้งปัญหา ด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและได้ ให้ความสำคัญด้านการปรับตัวและการลดก๊าซเรือนกระจก โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ได้จัดทำยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ประเทศไทยในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ ปี 2551-2555 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนแม่บท การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 10 ปี และแผนปฏิบัติการ 3 ปี ความร่วมมือระหว่าง JICA กับประเทศไทยภายใต้โครงการนี้ เป็นการสนับสนุนการบริหารจัดการกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างจริงจัง การประสานเพื่อดำเนินโครงการความร่วมมือ Cool Earth Partnership ของประเทศไทย โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ เป็นผู้ประสานโครงการฯ เพื่อร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนในระดับปฏิบัติ รวมทั้งจัดให้มีการปรึกษาหารือในระดับนโยบายเพื่อดำเนินการอย่างสอดคล้องกับ แนวทางยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแนวทางข้อ ตกลงระหว่างประเทศในระดับพหุภาคีที่จะมีขึ้นปลายปี 2552 นี้ ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก