ชิงรางวัล1ล้าน-แข่งตั้งชื่อแพนด้า-เชื้อ “ช่วงช่วง”เจ๋ง
รม ว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ตรวจเยี่ยมพร้อมมอบสูติบัตรให้ลูกหมีแพนด้าน้อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เผยเตรียมเร่งเจรจาจีนขอขยายเวลาให้ครอบครัวหมีแพนด้าทั้ง 3 ตัวอยู่ในไทยต่อ เล็งตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาร่วมไทย-จีนถาวร “สวนสัตว์”จุดพลุตั้งชื่อลูกหลินฮุ่ยชิงรางวัล 1 ล้าน พร้อมรถยนต์ 1 คัน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจีน ระบุ น้ำเชื้อ “ช่วงช่วง”สุดเจ๋งสามารถทำลูกได้นอกฤดู เตรียมส่งให้ทางการจีนใช้ปีหน้า
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.52 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางตรวจเยี่ยมลูกหมีแพนด้าเกิดใหม่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมทั้งมอบสูติบัตรให้กับลูกหมีแพนด้าที่มีอายุครบ7 วัน และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีเช่นเดียวกับแม่หมี “หลินฮุ่ย”
นาย สุวิทย์ กล่าวว่า การเกิดของลูกหมีแพนด้าน้อยตัวเป็นสิ่งที่สร้างความดีใจให้ทั้งชาวไทยและชาว จีน รวมทั้งชาวต่างชาติที่ชื่นชมหมีแพนด้าเป็นอย่างยิ่ง โดยการมาในครั้งนี้นอกจากการตรวจเยี่ยมลูกหมีแพนด้าแล้ว ยังเป็นการมาตรวจดูโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทยด้วยว่ามี ความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด เพื่อสร้างความร่วมมือกับจีนต่อไปในระยะยาว
สำหรับ การเจรจากับทางจีนเพื่อขอขยายระยะเวลาในการอนุญาตให้หมีแพนด้าทั้ง 3ตัวอยู่ในประเทศไทยต่อไปนั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่แล้ว จากนั้นจึงจะเป็นการเจรจาในระดับรัฐมนตรีต่อไป คาดว่าน่าจะมีขึ้นไม่เกินต้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยแนวทางในการเจรจาขยายเวลานั้น เบื้องต้นมองว่าอยากจะให้เป็นไปในลักษณะของการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาการ ขยายพันธุ์หมีแพนด้าร่วมไทย-จีน เป็นการถาวรอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จีนสามารถมาทำการศึกษาวิจัยได้ตลอดเวลา ทั้งนี้เชื่อว่าจากการที่โครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าประสบความสำเร็จใน การผสมพันธุ์หมีแพนด้า จนให้กำเนิดลูกหมีแพนด้าน้อยมาแล้ว น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับทางจีนในการพิจารณาการขยายเวลาดัง กล่าวออกไป
“ที่ ผ่านมาในส่วนของเราได้มีการหารือกันแล้ว ถึงการเจรจาขอขยายเวลาให้หมีแพนด้าอยู่ในประเทศไทยต่อไป ซึ่งเมื่อดูจากรายละเอียดของข้อตกลงที่จีนอนุญาตให้หมีแพนด้ามาอยู่ในประเทศ ไทยพบว่า สามารถที่จะขอเจรจาเพื่อขยายเวลาได้ หากช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย อยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ครบ 10 ปี แล้ว โดยในการเจรจาขอขยายเวลานั้น จะรวมหมีแพนด้าทั้ง 3 ตัว และหากเป็นไปได้ไม่อยากให้เป็นการขยายเวลาเพียงแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่า นั้น แต่อยากให้เป็นการสร้างความร่วมมือกันในระยะยาวเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนา เกี่ยวกับการขยายพันธุ์หมีแพนด้ามากกว่า”นายสุวิทย์ กล่าว
ขณะ ที่นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการตั้งชื่อลูกหมีแพนด้าว่า จะเปิดโอกาสให้ประชาชนส่งชื่อได้ที่สวนสัตว์ทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งส่งชื่อผ่านไปยังสื่อมวลชนทุกแขนง ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และวิทยุ ภายในวันที่ 12 มิ.ย.52 จากนั้น องค์การสวนสัตว์ฯ จะพิจารณาให้เหลือเพียง 4 ชื่อ ซึ่งผู้ที่เสนอชื่อทั้ง 4 ชื่อนี้ จะได้รับเงินรางวัลรายละ 100,000 บาท พร้อมตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวชมศูนย์อนุรักษ์และวิจัยขยายพันธุ์หมีแพนด้าที่ ประเทศจีน
“เมื่อ เหลือเพียง 4 ชื่อจะเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมกันโหวตผ่านไปรษณียบัตรว่าชื่อใดมีความ เหมาะสมที่สุด ซึ่งชื่อได้รับคะแนนโหวตมากที่สุดจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท พร้อมรถยนต์ 1 คัน โดยการประกวดตั้งชื่อลูกหมีแพนด้าตัวนี้ ทางองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งใจที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 12 ส.ค.52 นี้”
วัน เดียวกัน นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าส่วนวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการศึกษาวิจัยแพนด้านั้น ในปี 2553 จะมีการรีดน้ำเชื้อของ “ช่วงช่วงส่งไปให้ทางการจีน เพื่อใช้ประโยชน์ เนื่องจากเว่ย หมิง ผู้เชี่ยวชาญจีนบอกว่าเป็นน้ำเชื้อที่ดี เนื่องจากผลิตลูกได้นอกฤดูกาลซึ่งสามารถผสมเทียมได้สำเร็จและยังให้ลูกออกมา แข็งแรง ซึ่งจะมีการนำข้อมูลที่ประเทศไทยไปปรับใช้ที่ศูนย์วิจัยแพนด้าในจีน
“หลัง จากนี้ทีมวิจัยไทยจะมีความคืบหน้า โดยในปี 2554-2555 จะมีทำการผสมพันธุ์ตามธรมชาติและผสมเทียมแพนด้าช่วงช่วงกับหลินฮุ่ยอีกครั้ง ในระหว่างนี้ซึ่งจะพิจารณาดูที่ความสมบูรณ์แข็งแรงของแพนด้าอีกครั้ง “นายประเสริฐศักดิ์ กล่าว