Wildlife International Trade Review and Thailand Wildlife Enforcement Network :Thailand

นาย สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ ”การศึกษาสำรวจข้อมูลชนิดพันธุ์และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าระหว่าง ประเทศและจัดสร้างเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ ผิดกฎหมาย (Wildlife International Trade Review and Thailand Wildlife Enforcement Network :Thailand –WEN) ณ โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา โดยมี สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยงานประสานกลาง อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ WWF ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ประสาน และดำเนินโครงการ ร่วมในพิธี

สืบเนื่องปี พ.ศ.2547 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดการประชุมประเทศภาคี อนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 13 ในช่วงระหว่างการประชุมดังกล่าวนั้นได้มีการแถลงการณ์ร่วมอาเซียนของ รัฐมนตรีอาเซียนที่รับผิดชอบการปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตส ว่าจะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันในระดับภูมิภาคอาเซียนในการบังคับใช้ กฎหมายในการต่อต้านการลักลอบการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย ต่อมาได้มีการจัดตั้งเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืช ป่าที่ผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-WEN) อย่างเป็นทางการขึ้นซึ่งมีศูนย์ประสานงานของเครือข่ายหรือสำนักงานเลขาธิการ ตั้งอยู่ในประเทศไทยและประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำ (Leader Country) ในการจัดสร้างเครือข่ายดังกล่าว

โดยนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปกท.ทส. ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานว่ามี 2 ประการได้แก่

1.เพื่อศึกษาสำรวจข้อมูลชนิดพันธุ์และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าตาม บริเวณแนวชายแดนกับประเทศเพื่อบ้าน ณ จุดที่มีการนำเข้า-ส่งออก ระหว่างประเทศที่สำคัญ

2.เพื่อยุติการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่าง ประเทศโดยการจัดตั้งเป็นเครือข่ายทั่วประเทศในการป้องกันและปราบปราม

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการจะได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคณะเจ้า หน้าที่และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบ ปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยจำนวน 4 ครั้ง 4 ภาค ทั่วประเทศ กำหนดเครือข่ายทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 250 คน ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับเมื่อสิ้นสุดโครงการ ได้แก่

-ได้ฐานข้อมูลชนิดพันธุ์และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าและแนวทางการ บริหารจัดการ การลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายตามบริเวณแนวชายแดนกับประเทศ เพื่อนบ้าน ณ จุดที่มีการนำเข้า-ส่งออก ระหว่างประเทศที่สำคัญ

- ได้เครือข่ายในการป้องกันและปราบปรามการค้าและการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืช ป่าที่ผิดกฎหมายทั่วประเทศซึ่งได้รับการฝึกอบรม เสริมสร้างความรู้และมีศักยภาพไม่น้อยกว่า 250 คน

3.ได้ทิศทางในการกำหนดนโยบายแห่งรัฐเพื่อการบริหารจัดการในการอนุรักษ์ความ หลากหลายทางชีวภาพใช้ประโยชน์องค์ประกอบความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันและยุติธรรมในชนิดพันธุ์และพืชป่าที่ ใกล้สูญพันธุ์

นายสุวิทย์ คุณกิตติ ได้กล่าวว่า จากผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการซึ่งจะช่วยให้ได้ฐานข้อมูลของชนิดพันธุ์ และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย และการสร้างเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ผิดกฎหมายที่มีความรู้และมีศักยภาพไม่น้อยกว่า 250 คน

นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจะสร้างจิตสำนึกของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการค้าสัตว์ป่าฯ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า และพืชป่าที่ผิดกฎหมายและการบริหารจัดการจัดเก็บข้อมูลสถานการณ์สัตว์ป่าและ พืชป่า รวมไปถึงการรักษาไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือหมอชาวบ้านที่นับวันจะสูญหาย เพราะไม่มีผู้สืบทอด

may159pr-52-25-5-52-thailand-wen.jpg may159pr-52-25-5-52-thailand-wen_56.jpg may159pr-52-25-5-52-thailand-wen_57.jpg

More from this category

More from this author

News Feed

rss Subscribe to this author


Get the Flash Player to see the slideshow.
© 2010 สุวิทย์ คุณกิตติ Suwit Khunkitti • Powered by ictsolutions.biz
rss Entries (RSS) rss Comments (RSS)