ทส. จับมือ ทอท. ร่วมรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย
กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการรณรงค์ยุติการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย เพื่อทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความร่วมมือโดยหยุดซื้อ รวมทั้งจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยปฏิบัติในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 250 คน เพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายไปในทิศทางเดียวกัน
นายสุ วิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ยุติการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย ณ บริเวณประตู 10 ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี Mr. Eric G. John เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานมูลนิธิฟรีแลนด์ นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอภิชัย ชวเจริญพันธ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ผู้ตรวจราชการ ทส. รักษาราชการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ทส. และผู้บริหารบริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธี ในการนี้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวด้วยว่า ในนามของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอขอบคุณส่วนราชการและหน่วย งานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานที่ได้มีส่วนร่วมในการเป็นเครือข่ายการป้องกัน และปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในการจัดตั้งเครือข่ายฯ โดยผ่านโครงการ ASEAN-WEN Support Program ตลอดจนบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตริและสิ่งแวดล้อม จัดทำโครงการรณรงค์ยุติการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายขึ้น ทั้งนี้ การค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก ดังนั้นอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) จึงเกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้สัตว์ป่าและพืชป่าที่หายากต้องสูญ พันธุ์ไปเนื่องจากการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทั่วโลกมีความตระหนักและห่วงใยในเรื่องนี้
สำหรับ ประเทศไทยมีจุดยืนมาตลอดในเรื่องการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิด กฎหมาย แต่การค้าสัตว์ป่ากระทำกันเป็นเครือข่ายไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศต่างๆ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว ซึ่งในวันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้จัดโครงการรณรงค์นี้ขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาดังกล่าวและจะเพิ่ม ความเข้มงวดในการป้องกันปราบปรามให้มากขึ้นโดยเฉพาะการลักลอบนำสัตว์ป่าผ่าน แดน การจัดโครงการรณรงค์ยุติการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย เป็นการดำเนินงานภายใต้เครือข่ายปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ผิด กฎหมายในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-WEN, ASEAN Wildlife Enforcement Network) โดยจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้สาธารณชนได้มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงผล กระทบที่จะเกิดขึ้น และหันมาให้ความร่วมมือในการยุติการซื้อสัตว์ป่าและพืชป่า ซึ่งจะเป็นการหยุดยั้งวงจรการค้าได้ โดยในการดำเนินการได้รับความร่วมมือจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนโครงการโดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะมีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ทั่วสนามบิน และจะมีการจัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิจากทุกหน่วยงาน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ตลอดจนหน่วยงานที่ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศ จำนวน 250 คน ให้มีความรู้และหลักปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าและ พืชป่า และสามารถพิสูจน์พืชและสัตว์ป่าที่ผิดกฎมาย เพื่อหยุดยั้งการลักลอบขนส่งไปยังประเทศปลายทาง