Frost & Sullivan ASEAN Automotive Awards
ตอกย้ำพันธะสัญญาในการเป็นผู้นำในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และผู้ให้บริการซอฟท์แวร์ระบบนำทางสำหรับรถยนต์ในภูมิภาคเอเชีย ด้วย 2 รางวัลจาก Frost & Sullivan ASEAN Automotive Awards ในงานแถลงข่าววันนี้ โดยมี ฯพณฯ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้เกียรติเป็นประธาน และดาโต๊ะ ชารานี อิบราฮิม เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยร่วมงาน
มร.เย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอาปิโก เปิดเผยถึง ปรัชญาการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอาปิโก ที่มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่มี ‘คุณภาพและความสุขในการทำงาน’ เพื่อการผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพ “ผมเชื่อว่าการที่เราจะทำให้ลูกค้าของเราเกิดความพึงพอใจสูงสุดได้นั้น เราจะต้องมีผู้ถือหุ้นและพนักงานที่มีความสุขก่อน นั่นก็หมายความว่าเราจะต้องสามารถตอบแทนผลการลงทุนของผู้ถือหุ้นทุกคนให้ได้ในระดับที่น่าพอใจ และการที่จะทำให้ได้นั้น เราจะต้องบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพแต่ในขณะเดียวกันต้องรักษาคุณภาพของแรงงานเพื่อการเติบโตของบริษัทฯ ที่ต่อเนื่องและยั่งยืน และเราไม่ควรละทิ้งความรับผิดชอบต่อสังคม”
เนื่องจากการมีกลยุทธ์ในการดำเนินงานที่ชัดเจนจึงทำให้อาปิโกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากการที่บริษัทฯ ใช้เกมรุกในการขยายตลาดโดยการซื้อหุ้นจากเคพีเอ็น การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท คอร์เท็กซ์ เท็กซ์ตรอน ประเทศเยอรมนีในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และได้ขยายการส่งออกชิ้นส่วน OEM ของรถยนต์นิสสันไปยังประเทศสเปน ญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ และเม็กซิโก ในขณะเดียวกันได้ขยายธุรกิจบริษัทฯ ไปยังประเทศจีน และมีแผนที่จะขยายธุรกิจในยังอินเดียอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อาปิโก ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับ ฟูจิ เทคนิกา ประเทศญี่ปุ่น ผู้นำในการผลิตแม่พิมพ์และอุปกรณ์จับยึดสำหรับประกอบรถยนต์ระดับโลก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและทักษะฝีมือให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่บริษัทฯ สามารถส่งออกอุปกรณ์จับยึดสำหรับประกอบรถยนต์เรโนลด์ไปยังประเทศโมร็อกโคมูลค่าถึง 110,000,000 บาท (หนึ่งร้อยสิบล้านบาท) ในเดือนมิถุนายน 2551 ปัจจุบัน อาปิโกส่งออกเครื่องปรับอากาศที่ผลิตจากโรงงานอาปิโก พลาสติก ไปออสเตรเลียวันละ 350 ยูนิต นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดระยอง เพื่อผลิตถังน้ำมันพลาสติก และกำลังเตรียมการสร้างโรงงานผลิตเพิ่มอีก 2 แห่งอีกด้วย
อีกทั้ง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลจาก Frost & Sullivan ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ดีเด่นแห่งปี (Award for Automotive Component Manufacturer of the Year) ในขณะเดียวกันบริษัท เอเบิล ไอทีเอส จำกัด บริษัทในเครือก็ได้รับรางวัลผู้ผลิตซอฟท์แวร์ระบบนำทางสำหรับรถยนต์ดีเด่นแห่งปี (Award of Most Promising Car Navigation Software Company of the Year) “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Frost & Sullivan ในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระบวนการการคัดสรรนั้นมีความเข้มงวดมาก รางวัลที่ได้รับนี้เปรียบเสมือนบทพิสูจน์ในการทุ่มเทแรงกายแรงใจของพนักงานของเรา ตลอดจนการมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการทำงานและผลิตทุกชิ้นส่วนยานยนต์ออกมาอย่างมีคุณภาพ” มร. เย็บ กล่าว
รางวัล Frost & Sullivan ASEAN Automotive Awards นี้จะมอบให้แก่บริษัทที่มีผลงานอันโดดเด่นในธุรกิจยานยนต์ของแต่ละประเทศ รวมทั้งการที่ประสบความสำเร็จและมีฐานลูกค้าที่ยอดเยี่ยมในตลาดอีกด้วย
ด้านบริษัท เอเบิล ไอทีเอส จำกัด ที่ได้รับรางวัลผู้ผลิตซอฟท์แวร์ระบบนำทางสำหรับรถยนต์ดีเด่นแห่งปีสำหรับประเทศไทยนั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากซอฟท์แวร์ที่ชื่อว่า ‘Powermap’ ที่ทางบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ Navteq บริษัทผู้ผลิตแผนที่ดิจิตอลระดับโลก และ Maction Tech ผู้ผลิตซอฟท์แวร์ระบบนำทางสำหรับรถยนต์ที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน ในการผลิตซอฟท์แวร์ระบบนำทางในประเทศไทยที่ใช้งานง่ายโดยมีเมนูการใช้งานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ “การผลิตซอฟท์แวร์ระบบนำทางสำหรับรถยนต์นี้ ถือว่าเป็นโครงการในฝันของผม เมื่อย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ผมได้เห็นถึงประโยชน์ในการช่วยแก้ปัญหาจราจร และช่วยในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากมันช่วยค้นหาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดที่จะไปถึงที่หมายให้กับคุณ” มร.เย็บ กล่าวเสริม ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังสามารถให้บริการปรับข้อมูลในแผนที่ และการแสดงผล เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละบริษัท และยังมีโครงการที่จะพัฒนาซอฟท์แวร์ระบบนำทางนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยายออกสู่ประเทศในภูมิภาคอื่นต่อไปในอนาคต
ฯพณฯ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การที่อาปิโก ไฮเทค และ เอเบิล ไอทีเอส ได้รับรางวัลในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ และความสามารถทางด้านทักษะฝีมือของแรงงานไทยที่แสดงให้เห็นว่าไม่เป็นสองรองใครหากได้รับการฝึกอบรม และการชี้แนะจากผู้บริหารที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์ รางวัลนี้ไม่เพียงแต่นำความภาคภูมิใจมาสู่อาปิโก ไฮเทค และเอเบิล ไอทีเอส เท่านั้น แต่ยังนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยและคนไทยอีกด้วย
ทั้งนี้ ผลประกอบการในช่วงไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 2,361 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2550 ในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 2,354 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทอาปิโกมีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.7 หรือ 145,000,000 บาท (หนึ่งร้อยสี่สิบห้าล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีที่แล้วอยู่ที่ 106,000,000 บาท (หนึ่งร้อยหกล้านบาท) อย่างไรก็ดีเป็นที่คาดการณ์ว่ากลุ่มบริษัทอาปิโกจะมีผลประกอบการโดยรวมถึง 11.2 พันล้านบาทในปี 2551 นี้ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบอัตราการเติบโตปีต่อปี