กองทุนหมู่บ้าน
เทศกาลหาเสียงทุกพรรคมักจะมีนโยบายสื่อสารที่คล้ายคลึงกัน เขาคิดว่าชาวบ้านน่าจะชอบ เหมือนกรณีศึกษา กองทุนหมู่บ้าน ทุกพรรคมักจะหยิบมาพูดถึง ในชื่อเรียกที่แตกต่างกัน แต่ก็มีแนวทางนโยบายที่คล้ายคลึงกัน สิ่งสำคัญคือ วิธีการบริหารจัดการ เราจะเอาวิสัยทัศน์มาปฏิบัติให้ได้ผลลัพธ์ อย่างที่ต้องการได้อย่างไร กระบวนการสำคัญอยู่ตรงนี้ ที่ผ่านมาชาวบ้านมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นแล้ว วันนี้ประชาธิปไตยบ้านเรา เวลานักวิชาการ นักกฎหมายชอบพูดถึงกัน เขามักจะพูดในเชิงกฎหมาย นิยมใช้กฎหมายมาเป็นตัวบังคับให้คนไทย สังคมไทย เบ่งบานขึ้นเองในความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ กฎหมายจะดีอยู่ได้อย่างไร ถ้าคนไม่ทำดี ไม่คิดดี กฎหมายก็ไม่มีประโยชน์ เราเขียนกฎหมายบังคับให้คนเป็นคนดีไม่ได้ ถ้าไม่ได้ผ่านการอบรมเรียนรู้ สั่งสอนตั้งแต่เด็ก ความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวดี สังคมดี และบ้านเมืองดีในท้ายที่สุด
การประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะขาดซึ่งกระบวนการในการทำงานและแก้ปัญหา
แค่พูดอย่างเดียวไม่ได้ คิดดีอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำดีด้วย วันนี้นักการเมือง พูดดี คิดดี และทำดีแล้วหรือยัง?
ในสายตาของคนภายนอก กองทุนหมู่บ้านเป็นตัวสร้างปัญหา ใช่! ผมยอมรับว่าปัญหามีจริง แต่คำถามคือ มีปัญหาสักเท่าไหร่ พันกองทุนได้ไหม หมื่นกองทุนได้ไหม กองทุนหมู่มี 8 หมื่นกองทุน พันกองทุนเท่ากับ 1% ที่เป็นซีกส่วนของปัญหาถามว่าเยอะไหมล่ะ? คนใช้เงินไม่ถูก ไม่เหมาะสม ถามว่ามีกี่คน หมื่นคนได้ไหม แสนคนได้ไหม กองทุนหมู่บ้านมีคนกู้ยืม 13 ล้านคน ถ้าหนี้เสียมีเพียงแค่แสนคน ก็ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของการสร้างปัญหา วันนี้สถาบันการเงินมีเอ็นพีแอลอยู่กว่า 10% ไม่น่าขายหน้ากว่ากันหรือ? ที่สำคัญคือชาวบ้านรับได้ ดูแลกันเองได้ ปัญหาของบ้านเมืองเรา บางทีอยู่ที่คนข้างบนไม่ค่อยยอมรับคนที่อยู่ข้างล่างคนชั้นปกครองมักจะรู้สึกว่า ชาวบ้านฐานรากยังไม่พร้อม เอะอะก็ไม่พร้อม ต้องไปบอก ไปชี้แนะ ไปแนะนำ แต่ไม่ใช่เลย? ทำไมไม่อบรมก่อน พัฒนาก่อน เตรียมความพร้อมก่อน คนชั้นปกครองมักตั้งคำถามแข่งกันเซ็งแซ่เขาไม่รู้หรอกว่า ชาวบ้านต่างพัฒนา เตรียมความพร้อมมาตั้งนานแล้ว และทำได้ทุกอย่างไม่ต้องไปบอกเขาหรอก ถ้าพูดถึงกระบวนการอบรม ชาวบ้านบางคนมีชั่วโมงฝึกอบรมนับพันชั่วโมง บางคนภายในหนึ่งปี อบรมมันแทบทุกเดือน ชาวบ้านหลายคนเป็นอาสาสมัคร บางคนเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ถามว่าคนพวกนี้ไม่มีความรู้เหรอ? ถ้าชาวบ้านไม่มีภูมิปัญญา วันนี้ประเทศชาติอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะชาวบ้านคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ วันนี้ถ้าคนส่วนใหญ่ลุกขึ้นมาพร้อมใจกันทำ ไม่ว่าอะไรก็ทำได้หมด กองทุนหมู่บ้านวันนี้ เดินทางตามแนวระบบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ คือสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม กล่าวได้ว่า กองทุนหมู่บ้านเป็นองค์กรเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Largest Learning Organization) เพราะมีสมาชิกรวมกัน 12 ล้านคน เป็นระบบไมโครเครดิต สินเชื่อขนาดย่อม (Micro Credit System) เป็นโครงการเดียวที่รัฐทำได้ แล้วประสบความสำเร็จ เงินที่ใส่เข้าไปไม่มีหัวคิว ไม่เป็นแท่งไอติม ที่พองบประมาณ ผ่านโต๊ะนึงก็ดูดทีนึง พอถึงชาวบ้านเหลือแต่ไม้ไอติม ผมบอกได้เลยว่า กองทุนหมู่บ้านเป็นไอติมที่ไม่เคยแกะถุง ถึงมือชาวบ้านสดๆ ซิงๆ ชาวบ้านเป็นคนแกะถุงนเอง อยู่ครบทุกส่วนไม่มีใครแตะต้อง กระบวนการแนวคิดนี้ เกิดจากปรัชญาที่เราเชื่อมั่นในภูมิปัญญาชาวบ้านเราเลือกที่จะเชื่อชาวบ้าน เราไว้ใจชาวบ้าน ที่ผ่านมาปัญหาของเราคือ ระบบราชการ การเมือง เขาไม่ค่อยไว้วางใจชาวบ้าน แต่อยากให้ชาวบ้านไว้วางใจเขา การบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านให้ประสบความสำเร็จ นโยบายจะต้องเริ่มจาก ปรัชญาความไว้วางใจซึ่งกันและกันTrust เป็นอะไรที่สำคัญมาก Without trust you cannot do anything เลยนะ
ทุกอย่างเกิดจากความไว้วางใจ เป็นคีย์กุญแจหลักอันที่สอง always think positive เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไรแก้ไม่ได้ ปัญหาแก้ได้ทุกเรื่อง เพียงแต่ว่าเราต้องเข้าใจรากเหง้าของมัน การจะเข้าใจต้นตอได้ เราต้องมีประสบการณ์ที่เราสัมผัสเรียนรู้มา ขอย้ำว่า สัมผัสและเรียนรู้มานะ ไม่ได้ประสบการณ์จากการอ่าน หรือศึกษาในห้องเรียน หรือฟังมา มันไม่ใช่แล้ว เพราะการแก้ปัญหา ถ้าเราไม่เข้าใจต้นตอปัญหา เราก็แก้ไม่ได้ ถ้าเราไม่แก้ปัญหา เราก็จะไปสร้างปัญหาต่อให้ยาวขึ้นไปอีก In crisis there’s always an opportunity ในทุกวิกฤตมักมีโอกาส ผมเป็นนักแก้ปัญหาตัวยง แต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เรียนจบ ทำงานมา เราเป็นนักแก้ปัญหา ฝึกจนอยู่ในสายเลือดปัญหาทุกอย่างแก้ได้หมด จะได้เร็ว ได้ช้า แต่ในที่สุดก็แก้ได้ ผมมีผลงานปรากฏให้เห็นเด่นชัด ไม่ว่าทำงานอยู่ภาคส่วนไหน ผมก็ทำมาตลอด เราไม่เพียงแก้ปัญหา แต่เราพัฒนาควบคู่กันไป เหมือนเครื่องยนต์ ถ้าเสียเราก็สามารถแก้ได้ ทำให้รถวิ่งไปได้ ไปถูกทาง ผมทำโครงการบัณฑิตกองทุนหมู่บ้าน คนว่างงาน 7 หมื่นคน ไม่ได้จ้างไปถ่ายเอกสาร เสิร์ฟน้ำ เอาเข้าโครงการเพิ่มผลผลิตและติดตามประเมินผลกองทุนหมู่บ้าน คล้ายกับบัณฑิตอาสา ให้เรียนเรื่องการจัดการทำโครงการ วิเคราะห์การเงิน ติดตามผล คัดมาหนึ่งคนหนึ่งหมู่บ้าน ดูว่าโครงการปล่อยเงินกู้มีปัญหาไหม สุดท้ายจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นกระบวนการกลั่นกรอง เรามีเครือข่ายประเมินติดตามผล มีการบริหารจัดการต่อเนื่อง รายได้ที่ได้มีการปันผลช่วยเหลือสังคมการถือหุ้นเป็นการแสดงการมีส่วนร่วม แต่!สิ่งสำคัญชาวบ้านดูแลกันเอง เขารู้จักกันทุกคนในหมู่บ้าน เขารู้ว่าใครเป็นใคร หนี้เสียน้อยอยู่ตรงนี้ เราใช้กฎสังคมเข้ามาดูแล ไม่เงินเอามาคืนก็ผ่านหอกระจายข่าว ตอนที่สึนามิถล่ม เครือข่ายกองทุนบริจาคเงินทุกกองทุน เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้คืนให้ นี่แหละครับ คือคำตอบ เขาช่วยเหลือดูแลกันเอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ช่วยแนะนำกัน บัณฑิตกองทุนที่ทำ ถ้าไม่เข้าโครงการ เด็กพวกนี้ไม่มีวันรู้หรอกว่า หมู่บ้านตัวเองทำอะไรกันบ้าง.