สุวิทย์ คุณกิตติ เดินทางเข้าร่วมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 33
รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก จะเดินทางเข้าร่วมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 33 ในระหว่างวันที่ 22 -30 มิถุนายน 2552 ที่เมืองเซบีญา ประเทศสเปน
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2552 ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ว่า ในระหว่างวันที่ 22 -30 มิถุนายน 2552 ที่เมืองเซบีญา ประเทศสเปน จะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 33 ขึ้น
ในโอกาสนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เพื่อแสดงจุดยืนและท่าทีของประเทศไทยถึงการดำเนินการขึ้นทะเบียนปราสาทเขา พระวิหารเป็นมรดกโลก ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทบทวนขั้นตอนและกระบวนการการดำเนินการขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่ทางคณะ กรรมการมรดกโลกได้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2551 ซึ่งจากการทบทวนกรณีดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่ากระบวนการและขั้นตอนในการดำเนินการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระ วิหารเป็นมรดกโลกไม่สอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติ ธรรมนูญมรดกโลกและวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมรดกโลก ที่มุ่งเน้นให้เกิดสันติสุขและสันติภาพระหว่างประเทศ แต่ที่ผ่านมาการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกดังกล่าว ทำเกิดความขัดแย้งและเกิดความสูญเสียแก่ทั้ง 2 ประเทศ (ไทย-กัมพูชา)
ดังนั้น เพื่อยุติความขัดแย้งและการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น การเดินทางไปเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะร่วมแสดงจุดยืนและท่าทีในเรื่องดัง กล่าว ดังนี้
1. ต้องการให้ที่ประชุมทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยการดำเนินการดังกล่าวต้องสอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติและธรรมนูญมรดกโลก
2. ต้องการให้ที่ประชุมร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อันจะนำไปสู่สันติสุขและสันติภาพ บนพื้นฐานความเข้าใจและร่วมมือทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของทั้ง 2 ประเทศ
[singlepic id=561 w=320 h=240 float=center][singlepic id=562 w=320 h=240 float=center]
สุวิทย์ คุณ กิตติ ร่วมแถลงผลการคัดเลือกชื่อลูกหมีแพนด้า
เร็ว ๆ นี้ ณ หอประชุมห้องแสตมป์ทอง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นายสุวิทย์ คุณ กิตติ พร้อมด้วย นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิมิต ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายศิวะ แสงมณี ประธานกรรมการบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมแถลงผลการคัดเลือกชื่อลูกหมีแพนด้า
ภายหลังจากการที่หลุนฮุ่ยได้ให้ กำเนิดลูกหมีแพนด้า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 นั้น องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกับ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินการจัดทำโครงการประกวดตั้งชื่อลูกหมีแพนด้าเกิดใหม่ในสวนสัตว์ เชียงใหม่ขึ้น โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปตั้งชื่อลูกหมีแพนด้าผ่านทางจดหมาย ไปรษณียบัตร และ SMS ซึ่งสิ้นสุดการรับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552 นั้น
ในวันนี้ คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯ และ ผู้ทรงคุณวุฒิตัวแทนจากหลายสาขาอาชีพที่มีความรู้ ความสามารถ ได้ร่วมกันพิจารณารายชื่อลูกหมีแพนด้าจากจำนวนผู้ส่งเข้ามาประกวด ทั้งสิ้น 560,000 คน รวม 54,000 รายชื่อ ให้เหลือเพียง 300 รายชื่อ และเหลือ 10 รายชื่อ โดยจนกระทั้งเหลือ 4 ชื่อสุดท้าย ดังต่อไปนี้
1 ขวัญไทย แปลว่า ขวัญใจของคนไทย 2 หลินปิง แปลว่า ป่าน้ำแข็ง
3 ไทจิน แปลว่า ทองคำไทย หรือไทยจีน 4 หญิงหญิง แปลว่า เต็มเปี่ยมอุดมสมบูรณ์
ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยองค์การสวนสัตว์ฯ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมให้คะแนนชื่อลูกหมีแพนด้า เพื่อเฟ้นหา 1 ชื่อสุดท้ายที่จะใช้ในการตั้งชื่อลูกหมีแพนด้าที่เกิดใหม่ในสวนสัตว์ เชียงใหม่ โดยผู้สนใจสามารถร่วมลงคะแนนผ่านทางไปรษณียบัตรที่ทางบริษัทไปรษณีย์ไทยได้ จัดทำขึ้นเป็นพิเศษมาที่ตู้ไปรษณีย์ทุกแห่งตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ...
รมว.ทส. เยือนจีน เจรจาเบื้องต้นเพื่อขอขยายเวลาหมีแพนด้า
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2552 ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังจากเดินทางกลับจากประเทศจีน ว่า จากการเจรจาในเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่หมีแพนด้าทั้ง 3 ตัว จะได้อยู่ต่อในประเทศไทยนานขึ้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศแรกและเป็นครั้งแรกของโลกที่ทำการผสมพันธุ์แพนด้าในพื้นที่โซนเหนือเส้นศูนย์สูตรประสบความสำเร็จได้ เพราะที่ผ่านมามีแต่ในประเทศเขตหนาวเท่านั้นที่ทำได้ อีกทั้งการผสมพันธุ์ดังกล่าวยังเป็นการผสมพันธุ์นอกฤดูกาลอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมีแนวโน้มที่ดีระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศจีนที่จะมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยหมีแพนด้าไทย-จีนขึ้น เพื่อทำการศึกษาวิจัยแพนด้าในประเทศไทยอย่างถาวร เนื่องจากสภาพอากาศในเมืองไทย เมื่อเทียบกับสภาพอากาศของแพนด้าที่อยู่ประเทศอื่น มีสภาพอากาศแตกต่างกัน เป็นที่น่าสนใจในการศึกษาวิจัยอย่างยิ่ง
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า รัฐบาลจีนได้แสดงความยินดีมายังประเทศไทยที่ผสมพันธุ์หมีแพนด้าได้สำเร็จ พร้อมทั้งได้แสดงความเป็นห่วง ถึงการดูแลแพนด้าน้อยในช่วงระยะ 1-2 เดือนแรก เนื่องจากมีอัตราการตายสูง ทั้งนี้ ที่ผ่านมานั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยองค์การสวนสัตว์ ได้มีการดูแลลูกหมีแพนด้าเป็นอย่างใกล้ชิด โดยลูกหมีแพนด้าดังกล่าวนี้มีการเจริญเติบโตที่ดีและสุขภาพแข็งแรงดีมาก
[singlepic id=556 w=320 h=240 float=center][singlepic id=557 w=320 h=240 float=center][singlepic id=558 w=320 h=240 float=center][singlepic id=559 w=320 h=240 float=center][singlepic id=560 w=320 h=240 float=center]
[imagebrowser id=12]
สุวิทย์ คุณกิตติ เปิดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “คุณคือพลัง ช่วยหยุดยั้งภาวะโลกร้อน”
กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก กำหนดประเด็นในการรณรงค์เรื่องความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการลดภาวะโลกร้อน จากวิถีการดำรงชีวิตประจำวัน โดยมีคำขวัญภาษาอังกฤษว่า “Your planet Needs You!Unite to Combat Change” และภาษาไทยใช้คำว่า “คุณคือพลัง ช่วยหยุดยั้งภาวะโลกร้อน”
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกพร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “คุณคือพลัง ช่วยหยุดยั้งภาวะโลกร้อน” และร้องเพลง “โลกสวยด้วยมือเรา” ร่วมกับเยาวชน ณ อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมด้วย นายภิมุก สิมะโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารระดับสูง ร่วมเปิดงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเห็นถึงความสำคัญของการลดปริมาณถุง พลาสติกและการสร้างภาคีความร่วมมือในการลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อช่วยลดภาวะโลก ร้อน จึงได้ดำเนินโครงการ 45 วัน รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน โดยดำเนินการรณรงค์เนื่องในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายน – วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2552 เป็นระยะเวลา 45 วัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่จะสร้างกระแสสังคมในภาพรวมระดับประเทศที่ สามารถส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการปฏิบัติเพื่อลดภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม ในหมู่ประชาชน โดยมี 15 ภาคี จากรัฐ และเอกชน เข้าร่วมโครงการ ภายในงาน มีกิจกรรมมากมาย อาทิ นิทรรศการต่างๆของโครงการรณรงค์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การแสดงของน้องๆ จากโรงเรียนนวมินทราชูทิศ มาร่วมบรรเลงเพลงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และเพลงพระราชนิพนธ์, Talk Show จากตลกชื่อดังของเมืองไทย จตุรงค์ ม๊กจ๊ก, การแสดงคอนเสิร์ตโดย มอส ปฏิภาณ, workshop เพื่อให้ประชาชนที่เข้ามาร่วมงานได้มีส่วนร่วมกับการลดโลกร้อนอย่างจริงจัง และสามารถนำไปใช้กับชีวิตประจำวัน โดยนำวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ โดยมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ...
สุวิทย์ คุณกิตติ กล่าวเปิดโครงการ Cool Earth Partnership
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายโคจิ โคมาชิ เอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยพร้อมด้วย นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเปิดโครงการ Cool Earth Partnership ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าจากสถานการณ์ของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ โลก ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยด้วย ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และพิธีสารเกียวโต ซึ่งในฐานะประเทศภาคีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการร่วมมือแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากสภาพการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของโลกรวมถึงประเทศไทยทำให้การดำเนิน งานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดความล่าช้า ดังนั้นโครงการ Cool Earth Partnership จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้บรรลุการแก้ปัญหาดังกล่าว
[singlepic id=543 w=320 h=240 float=center]
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นโดย JICA มีมายาวนาน ซึ่งให้การสนับสนุนประเทศไทยด้านการเงินและการแก้ไขปัญหาต่างๆรวมทั้งปัญหา ด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและได้ ให้ความสำคัญด้านการปรับตัวและการลดก๊าซเรือนกระจก โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ได้จัดทำยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ประเทศไทยในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ ปี 2551-2555 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนแม่บท การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 10 ปี และแผนปฏิบัติการ 3 ปี ความร่วมมือระหว่าง JICA กับประเทศไทยภายใต้โครงการนี้ เป็นการสนับสนุนการบริหารจัดการกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างจริงจัง การประสานเพื่อดำเนินโครงการความร่วมมือ Cool Earth Partnership ของประเทศไทย โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ เป็นผู้ประสานโครงการฯ เพื่อร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนในระดับปฏิบัติ รวมทั้งจัดให้มีการปรึกษาหารือในระดับนโยบายเพื่อดำเนินการอย่างสอดคล้องกับ แนวทางยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแนวทางข้อ ตกลงระหว่างประเทศในระดับพหุภาคีที่จะมีขึ้นปลายปี 2552 นี้ ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
[singlepic id=544 w=320 h=240 float=center][singlepic id=545 w=320 h=240 float=center][singlepic id=546 w=320 h=240 ...
สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล
เมื่อ เร็ว ๆ นี้ ณ โรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนระบบน้ำดื่มสะอาดให้กับ โรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมทั้ง นำคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวสมคิด บัวเพ็ง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ร่วมแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนและประชาชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ สะอาดในพื้นที่อำเภอสายบุรี โดยมี คณะครู-อาจารย์ นักเรียนจากโรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา ตลอดจนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมให้การต้อนรับและร่วมในพิธี
[singlepic id=568 w=320 h=240 float=center]
จาก การที่รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดหาแหล่ง น้ำบาดาลสะอาดคุณภาพดี เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนในโรงเรียนที่ขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดทั่วประเทศได้มี น้ำสะอาดใช้ในการอุปโภคบริโภคและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน
ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดหาแหล่งน้ำดิบที่มีศักยภาพและคุณภาพดี เพื่อจัดทำระบบประปาบาดาลและระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มให้ได้มาตรฐานน้ำดื่ม ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งจากข้อมูลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพบว่า โรงเรียนทั่วประเทศที่ขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดมีจำนวนทั้งสิ้น 32,186 แห่ง มีโรงเรียนที่ขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอย่างรุนแรงจำเป็นเร่งด่วนต้องเข้าดำเนิน การ จำนวน 2,478 แห่ง โรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ และได้ดำเนินการเจาะบ่อน้ำบาดาล ติดตั้งเครื่องสูบ จัดทำระบบประปา และก่อสร้างระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มให้ได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก เพื่อให้นักเรียนมีน้ำดื่มสะอาด และเรียนรู้วิธีจัดการน้ำดื่มสะอาด ซึ่งนักเรียนจะได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในอนาคต
[singlepic id=569 w=320 h=240 float=center][singlepic id=570 w=320 h=240 float=center][singlepic id=571 w=320 h=240 float=center][singlepic id=572 w=320 h=240 float=center][singlepic id=573 w=320 h=240 float=center][singlepic id=574 w=320 h=240 float=center][singlepic id=575 w=320 h=240 float=center]
สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นประธานการประกวดคำขวัญภาษาไทยเนื่องในวันสิ่งแวดล้อม
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดคำขวัญภาษาไทยเนื่องในวันสิ่งแวด ล้อม ประจำปี 2552 จำนวน 5 ราย ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายบัณฑิต สังข์ทอง จากจังหวัดอุบลราชธานี จากคำขวัญ “ โลกต้องการคุณเป็นพลัง ช่วยหยุดยั้งภาวะโลกร้อน รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นางสายฝน แตงโสภา จากจังหวัดสุพรรณบุรี จากคำขวัญ “สองมือ หนึ่งใจ ต้านภัยโลกร้อน” รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ นางสาวอรวัณย์ สืบสิมา จากกรุงเทพมหานคร จากคำขวัญ “รวมพลัง รวมความคิด ต้านวิกฤติโลกร้อน” นางสาวพวงเพชร เสียงเย็น จากจังหวัดฉะเชิงเทรา จากคำขวัญ “รวมพลังแก้วิกฤต ร่วมพิชิตโลกร้อน”
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการจุดประกาย และสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนในสังคมได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ ขบวนการคิด และพฤติกรรมในการใช้ชีวิต เพื่อเป็นให้ประชาชนได้ร่วมลดวิกฤติภาวะโลกร้อนให้กับโลกของเราได้อย่าง ยั่งยืน ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการ 45 วัน รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน , โครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ,โครงการเยาวชนไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ,โครงการส่งเสริมการพัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน (Cool mode)เป็นต้น
ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความเป็นมาของวันสิ่งแวดล้อมโลก ว่า จากการประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ (UN Conference on the Human Environment)เมื่อ 37 ปีก่อน ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 5-16 มิถุนายน 2515 ที่มีประชากรจากทั่วโลกให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมและเข้าร่วมสังเกตการณ์ กว่า 2,000 คน จาก 113 ประเทศทั่วโลก ผลสำเร็จจากการประชุมในครั้งนั้นก่อให้เกิดความตื่นตัวรณรงค์เพื่อลดวิกฤต ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก พร้อมทั้งได้มีการจัดตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) และกำหนดให้วันที่ ...
สุวิทย์ คุณกิตติ ตรวจเยี่ยมกลุ่มภาคีรักษ์โลกที่เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดใช้ ถุงพลาสติกในโครงการ 45 วัน รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน
กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยภาคีรักษ์โลก ปลุกกระแสรักษ์โลก ลดการใช้ถุงพลาสติกในโครงการ “45 วัน รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน”
[singlepic id=528 w=320 h=240 float=center][singlepic id=529 w=320 h=240 float=center]
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2552 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายภิมุข สิมะโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลง พื้นที่รณรงค์และตรวจเยี่ยมกลุ่มภาคีรักษ์โลกที่เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดใช้ ถุงพลาสติกในโครงการ 45 วัน รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน ตั้งแต่บริเวณ Central Food Hall ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม ไปจนถึงบริเวณร้านเซเว่นอิเลฟเว่น สีลม โดยมีผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ (คุณภัทรพร เพ็ญประพัฒน์) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมเดินรณรงค์แจกถุงผ้าลดโลกร้อน ให้แก่ประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณนั้น
[singlepic id=530 w=320 h=240 float=center][singlepic id=531 w=320 h=240 float=center]
ทุก วันนี้ปัญหาขยะพลาสติก ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ประชาชนคือหนึ่งพลังที่จะช่วยลดและหยุดยั้งปริมาณขยะพลาสติกได้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการในการการสงวน อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นมาตลอด ซึ่ง ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำโครงการที่จะช่วยในการปลุกสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้เยาวชนและ ประชาชน รัก หวงแหน ตลอดจนใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างประหยัดและรู้คุณค่าในหลาย ๆ รูปแบบ อาทิ โครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ โครงการเยาวชนไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม โครงการกล่องนมรวมใจเก้าแสนใบลดภัยโลกร้อน เป็นต้น
[singlepic id=532 w=320 h=240 float=center][singlepic id=533 w=320 h=240 float=center]
ทั้ง นี้ ...
สุวิทย์ คุณกิตติ มอบของที่ระลึกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนางอรพินท์ วงศ์ชุมพิษ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเหล่าศิลปินดารา นักร้องนักแสดง ร่วมมอบของที่ระลึกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (5 มิถุนายน) ให้แก่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสื่อมวลชน เพื่อประชาชสัมพันธ์และร่วมรณรงค์ลดโลกร้อนเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2552 ณ ตึกสำเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้ ของที่ระลึกที่มอบให้ในครั้งนี้ประกอบด้วย 1) เสื้อ CoolMode ซึ่งเสื้อดังกล่าวนี้ จัดทำขึ้น โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ เพื่อ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการใช้ชุดทำงานที่พัฒนาวัสดุสิ่งทอ การใช้เทคโนโลยีพิเศษ ผลิตเส้นใย หรือการใช้เทคโนโลยีการตกแต่งสำเร็จด้วยสารชีวภาพ เพื่อลดอุณหภูมิของผิวหนัง โดยผู้ส่วมใส่จะไม่ร้อนอบอ้าว สามารถอยู่ในอาคารหรือห้องที่ปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจากปกติที่เคยเป็นอยู่ 1 องศาได้โดยไม่อึดอัด และช่วยลดการใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม 2) ชุดกล่องบรรจุอาหาร และ ถุงผ้าลดโลกร้อน
[singlepic id=516 w=320 h=240 float=center][singlepic id=517 w=320 h=240 float=center][singlepic id=518 w=320 h=240 float=center][singlepic id=519 w=320 h=240 float=center]
สุวิทย์ คุณกิตติ ตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกคลองสาธารณะประโยชน์หนองช้างตา
นาย สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และนายวิชาญ ทวิชัย รองอธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ บ้านคู หมู่ที่ 1 ต.คูคำ อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น
เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกคลองสาธารณะประโยชน์หนองช้างตาย โดยพื้นที่ดังกล่าวเดิมมีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ฤดูฝนเมื่อฝนตกก็เกิดน้ำท่วม และเมื่อถึงฤดูแล้งก็มีสภาพแห้งขอดไม่สามารถเก็บกักน้ำ ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ กล่าวว่า ถ้าโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จประชาชนในพื้นที่บ้านคู หมู่ที่ 1 และหมู่บ้านใกล้เคียงจะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดจากหนองช้างตายแห่งนี้ โดยจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและสามารถเก็บกักน้ำได้ตลอดทั้งปี
หลังจากนั้น นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส. ได้ปล่อยพันธุ์ปลากินพืช จำนวน 200,000 ตัว ปลาบึก จำนวน 9 ตัว และกบแม่พันธุ์ลงในหนองช้างตาย เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านในหมู่บ้านคูคำและหมู่บ้านใกล้เคียง พร้อมกันนี้ ได้ปลูกต้นไม้และปลูกหญ้าแฝกเพื่อคลุมดินบริเวณรอบหนองช้างตายและเยี่ยมชม ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านก่อนเดินทางกลับ
[singlepic id=507 w=320 h=240 float=][singlepic id=508 w=320 h=240 float=][singlepic id=509 w=320 h=240 float=][singlepic id=510 w=320 h=240 float=]
สุวิทย์ คุณกิตติต เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่ผู้ร่วมกระทำความดีความชอบที่ได้ บริจาค เงินสมทบกองทุนในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ประจำปี 2549 จำนวน 15 คน และ ปี 2550 จำนวน 5 ราย ณ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ในสังกัดร่วมเป็นเกียรติในพิธี
โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ ปีที่ 50 จัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดีและเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อกิจการป่าไม้ของชาติ ด้วยการดำเนินการปลูกและฟื้นฟูป่า พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมโครงการสามารถบริจาคเงินเข้าร่วมกองทุน ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนถึงปี พ.ศ. 2550 ซึ่งในการดำเนินงานในครั้งนี้ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ปี พ.ศ.2537-พ.ศ.2539 ระยะที่ 2 ปี พ.ศ.2540-2545 และระยะที่ 3 ปี พ.ศ.2546-2550 สามารถดำเนินการปลูกและฟื้นฟูป่าในเขตอนุรักษ์ ได้จำนวน 5,125,586.79 ไร่ ปัจจุบันมียอดเงินบริจาคที่ใช้ ในการปลูกและบำรุงรักษาป่าจำนวนทั้งสิ้น 478,963,103.45 บาท
ในโอกาสนี้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีการดำเนินการปลูกและบำรุงรักษาป่าอยู่อีก 64 สัญญา รวมเนื้อที่ 35,438 ไร่ จะต้องเบิกจ่ายเงินกองทุนอีก 33,545,780 บาท ซึ่งเมื่อครบกำหนดสัญญาในปี พ.ศ. 2553 กองทุนจะมีเงินคงเหลือ 22,741,948.34 บาท
ด้านนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ดำเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์แล้ว และในขณะนี้กรมอุทยานฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สัตว์ป่า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือองค์กรในภาคส่วนต่าง ๆ ...
กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จับมือ กองทัพบก จัดงานมหกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าสู่ปีที่ 60
กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จับมือ กองทัพบก จัดงานมหกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าสู่ปีที่ 60 แห่งการบรมราชาภิเษก “พลิกฟื้นป่าด้วยพระบารมี”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมปลูกป่า โครงการ “พลิกฟื้นป่าด้วยพระบารมี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าสู่ปีที่ 60 แห่งการบรมราชาภิเษก บนพื้นที่ 200 ไร่ ณ ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายชายน้ำภาชี บ้านหนองเต่าดำ ตำบลรางบึง อ.จอมบึง จังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งมอบกล้าไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดให้แก่ผู้แทนองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (อบจ.) 9 จังหวัดคือ จังหวัดราชบุรี ,กาญจนบุรี,นครปฐม,สมุทรสาคร ,สมุทรสงคราม ,สมุทรปราการ ,เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการราช สักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาท
โดยภายหลังจากที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เปิดงานและมอบกล้าไม้มงคลพระราชทานเสร็จแล้ว นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปกท.ทส. ได้มอบคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับข้าราชการทหารที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ให้แก่ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในการนี้ด้วย
จากนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 หน่วยงาน นำโดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ตลอดจน ข้าราชการ ทหาร เจ้าหน้าที่ นักเรียน และประชาชนจังหวัดราชบุรีกว่า 20,000 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรม ราชินีนาถ
[singlepic id=490 w=320 h=240 float=center]
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส. เปิดเผยว่า โครงการ พลิกฟื้นผืนป่าด้วยพระบารมี เป็นโครงการสืบเนื่องจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกองทัพ บกได้ร่วมลงนามความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2551 ซึ่งในครั้งนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการในการดำเนินการดูแลรักษา ป้องกัน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมป่าไม้ ...
The 17th Session of the United Nations Commission on Sustainable Development
รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมคณะ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 17 (The 17th Session of the United Nations Commission on Sustainable Development: CSD17) ระหว่างวันที่ 4-15 พฤษภาคม 2552 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
[singlepic id=475 w=320 h=240 float=center]
นายสุวิทย์ คุณกิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมคณะ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 17 (The 17th Session of the United Nations Commission on Sustainable Development: CSD17) ระหว่างวันที่ 4-15 พฤษภาคม 2552 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมีประเทศสมาชิกสหประชาชาติกว่าร้อยประเทศเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ การประชุม CSD-17 เป็นเวทีตัดสินใจด้านนโยบายที่เน้นเรื่อง Agriculture, Rural Development, Land, Drought, Desertification and Africa ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถ้อยแถลงและข้อเสนอแนะใน Roundtable Plenary เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับวิกฤตการณ์การขาดแคลนอาหาร ของไทย อาทิ การให้การสนับสนุนทางการเงินในรูปสินเชื่อรายย่อย หรือ Micro Credit System ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดีคือ “One Million Baht One Village” และการเพิ่มผลผลิตอาหารด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน เป็นต้น
และในวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเดินทางไปเจรจาเตรียมการจัดการประชุม Ministerial Meeting ...
Wildlife International Trade Review and Thailand Wildlife Enforcement Network :Thailand
นาย สุวิทย์ คุณกิตติ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ ”การศึกษาสำรวจข้อมูลชนิดพันธุ์และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าระหว่าง ประเทศและจัดสร้างเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ ผิดกฎหมาย (Wildlife International Trade Review and Thailand Wildlife Enforcement Network :Thailand –WEN) ณ โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา โดยมี สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยงานประสานกลาง อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ WWF ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ประสาน และดำเนินโครงการ ร่วมในพิธี
สืบเนื่องปี พ.ศ.2547 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดการประชุมประเทศภาคี อนุสัญญาไซเตส ครั้งที่ 13 ในช่วงระหว่างการประชุมดังกล่าวนั้นได้มีการแถลงการณ์ร่วมอาเซียนของ รัฐมนตรีอาเซียนที่รับผิดชอบการปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตส ว่าจะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันในระดับภูมิภาคอาเซียนในการบังคับใช้ กฎหมายในการต่อต้านการลักลอบการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย ต่อมาได้มีการจัดตั้งเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืช ป่าที่ผิดกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-WEN) อย่างเป็นทางการขึ้นซึ่งมีศูนย์ประสานงานของเครือข่ายหรือสำนักงานเลขาธิการ ตั้งอยู่ในประเทศไทยและประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำ (Leader Country) ในการจัดสร้างเครือข่ายดังกล่าว
โดยนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปกท.ทส. ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานว่ามี 2 ประการได้แก่
1.เพื่อศึกษาสำรวจข้อมูลชนิดพันธุ์และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าตาม บริเวณแนวชายแดนกับประเทศเพื่อบ้าน ณ จุดที่มีการนำเข้า-ส่งออก ระหว่างประเทศที่สำคัญ
2.เพื่อยุติการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่าง ประเทศโดยการจัดตั้งเป็นเครือข่ายทั่วประเทศในการป้องกันและปราบปราม
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการจะได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคณะเจ้า หน้าที่และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบ ปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยจำนวน 4 ครั้ง 4 ภาค ทั่วประเทศ กำหนดเครือข่ายทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 250 คน ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับเมื่อสิ้นสุดโครงการ ได้แก่
-ได้ฐานข้อมูลชนิดพันธุ์และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าและแนวทางการ บริหารจัดการ การลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมายตามบริเวณแนวชายแดนกับประเทศ เพื่อนบ้าน ณ จุดที่มีการนำเข้า-ส่งออก ระหว่างประเทศที่สำคัญ
- ได้เครือข่ายในการป้องกันและปราบปรามการค้าและการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืช ป่าที่ผิดกฎหมายทั่วประเทศซึ่งได้รับการฝึกอบรม เสริมสร้างความรู้และมีศักยภาพไม่น้อยกว่า 250 คน
3.ได้ทิศทางในการกำหนดนโยบายแห่งรัฐเพื่อการบริหารจัดการในการอนุรักษ์ความ หลากหลายทางชีวภาพใช้ประโยชน์องค์ประกอบความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันและยุติธรรมในชนิดพันธุ์และพืชป่าที่ ใกล้สูญพันธุ์
นายสุวิทย์ คุณกิตติ ได้กล่าวว่า จากผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการซึ่งจะช่วยให้ได้ฐานข้อมูลของชนิดพันธุ์ และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย และการสร้างเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ผิดกฎหมายที่มีความรู้และมีศักยภาพไม่น้อยกว่า 250 คน
นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ...